นมไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

ปัจจุบันประเทศไทยผลิตน้ำนมดิบได้เฉลี่ยวันละประมาณ2,500ตันต่อวัน ได้ถูกแบ่งจัดสรรหรือใช้ไปเพื่อผลิตนมโรงเรียนวันละ1,200ตันคิดเป็นมูลค่านมโรงเรียน13,000ล้านบาท ที่เหลืออีก1,300ตันถูกใช้เพื่อผลิตนมพาณิชย์ในส่วนของนมพาสเจอร์ไรซ์ นมเปรี้ยวพร้อมดื่ม และส่วนหนึ่งของนมUHT

โดยที่ตลาดนมพาณิชย์ในรูปนมพร้อมดื่มในประเทศมีมูลค่ารวมกันประมาณ 40,000 ล้านบาทและเป็นตลาดที่มีการแข่งขันกันรุนแรงตลอดเวลา อีกทั้งมีความได้เปรียบและเสียเปรียบในเชิงต้นทุนวัตถุดิบอยู่สูง เช่นการใช้น้ำนมดิบ100% การใช้หางนมผงละลายน้ำเติมมันเนยคืนรูป หรือการใช้ถั่วเหลืองผลิตน้ำนมถั่วเหลืองพร้อมดื่มเป็นต้น ตลาดนมพานิชย์พร้อมดื่มนี้แบ่งเป็นตลาดนมพร้อมดื่มUHTมากกว่า 10,000 ล้านบาท ตลาดนมพาสเจอร์ไรซ์4,000ล้านบาท ตลาดนมเปรี้ยวพร้อมดื่ม 12,000 ล้านบาท และตลาดนมถั่วเหลืองพร้อมดื่ม12,000ล้านบาท อสค.มีส่วนแบ่งการตลาดจากยอดนมพาณิชย์ในส่วนของนมUHT 4,000 ล้านบาทและนมโรงเรียน1,900ล้านบาท ส่วนผลิตภัณฑ์อื่นๆมียอดผลิตต่ำมากและบางผลิตภัณฑ์ถือว่ายังไม่ได้เข้าตลาด

ในประวัติศาสตร์การเลี้ยงโตนมของไทยเราที่ผ่านมา  ผลผลิตน้ำนมดิบไม่เพียงพอต่อการบริโภคเมื่อพิจารณาจากปริมาณนมผงและผลิตภัณฑ์นมที่นำเข้า กรณีเฉพาะโควต้าการนำเข้าหางนมผงตามข้อตกลง WTO พบว่าสูงถึง 55,000 ตันต่อปี การใช้นมผงนำเข้าจากต่างประเทศมาละลายน้ำคืนรูปเป็นน้ำนมผลิตนมพร้อมดื่มจึงนับได้ว่าเป็นการทดแทนส่วนที่ขาด และพบว่ามีต้นทุนในเชิงวัตถุดิบที่ถูกกว่าการใช้น้ำนมสดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนมผงในตลาดโลกมีราคาถูก ด้วยเหตุนี้ โรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปนมหลายแห่งจึงเลือกใช้นมผงในการแปรรูปเป็นนมพร้อมดื่มมากกว่าการใช้น้ำนมสด จึงส่งผลกระทบให้เกิดการซื้อน้ำนมดิบที่ลดลงจากที่ควรจะเป็น เกิดปัญหาที่เปรียบเสมือนภาพลวงตาว่า “นมล้น” ซึ่งเป็นปัญหาที่ใหญ่ยาวนานผลุบๆโผล่มาถึงปัจจุบัน จุดอ่อนของโครงสร้างธุรกิจการเลี้ยงโคนมคือความเสียเปรียบของเกษตรกรในการค้ากับผู้แปรรูปนมเพราะผู้แปรรูปสามารถใช้หางนมผงหรือนมผงขาดมันเนยมาละลายน้ำผสมน้ำมันเนยคืนรูปทดแทนน้ำนมดิบในแง่วัตถุดิบได้ ซึ่งกรณีนี้เมื่อมองในด้านผู้ประกอบการ หางนมผงคือ Substitution raw material

ที่ผ่านมาได้มีการรณรงค์ให้มีการดื่มน้ำนมโคสดแท้ 100% ให้ผู้บริโภคได้รู้ถึงความแตกต่างของนมสดกับนมผงคืนรูปทั้งรสชาด คุณภาพและและสร้างความมีจิตสำนึกร่วมหรือมีใจเดียวกันว่านี่คือนมไทย แต่ที่ผ่านมายังถือได้ว่าไม่ประสพความสำเร็จเท่าที่ควร แม้อสค.ได้เป็นผู้บุกเบิกการไม่ใช้นมผงในการผลิตนมพร้อมดื่ม แต่อสค.นับได้ว่าเป็นผู้ซื้อน้ำนมดิบเพื่อผลิตนมพาณิชย์รายใหญ่ที่สุดรายหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นกลไกหนึ่งของภาครัฐในการรองรับปัญหานมล้นมาตลอด ในสภาวะนี้พบว่า ในเชิงการตลาดทำให้อสค.แข่งขันไม่ได้ ดังนั้นการที่จะให้เกิดสภาพนมไทย แข่งขันได้ ด้วยใจเดียวกัน การร่างยุทธศาสตร์โคนมและผลิตภัณฑ์ 2554-2558 ที่กำลังดำเนินการอยู่โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นแม่งานร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่การผลิตนม จะต้องมีการวางยุทธศาสตร์ที่มีเป้าหมายนำไปสู่การผลักดันให้ตลาดนมพร้อมดื่มมีความเป็นธรรมในห่วงโซ่ธุรกิจนม นั่นคือต่อทั้ง เกษตรกร ผู้ประกอบการและผู้บริโภคโดยการสร้างหรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจในคุณค่าของน้ำนมสดในฐานะ “Fresh milk premium” โดยมีแผนการรณรงค์อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง  อีกทั้งในแผนงานต้องระบุผู้รับผิดชอบและปริมาณงบประมาณที่ใช้ บทปาฐกถานี้ จะนำเสนอแนวคิดการดำเนินการในระดับนโยบายของประเทศเพื่อให้น้ำนมดิบของเกษตรกรไทยเป็นนมไทย แข่งขันได้ ด้วยใจเดียวกัน ทั้งนี้การที่จะผลักดันประเด็นนี้ให้สำเร็จไม่สามารถทำได้ในระดับแค่แผนธุรกิจของหน่วยงานหนึ่งๆหรือโมเดลเล็กๆระดับสหกรณ์

 นมล้นจากนมผงราคาถูก เจ็บทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ใช้น้ำนมดิบผลิตนมพร้อมดื่ม

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันนี้นอกจากเกิดสภาพนมล้น (เพราะขายได้น้อยลง) สะสมอยู่ในศูนย์รวบรวมนมของสหกรณ์และเอกชนเป็นครั้งเป็นคราว ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรโดยตรงแล้ว สิ่งหนึ่งที่ระดับนโยบายต้องตระหนักคือสภาวะนี้ได้ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในกลุ่มผู้ประกอบการกันเอง นั่นคือ ผู้ประกอบการที่ผลิตนมพร้อมดื่มโดยใช้น้ำนมดิบ 100% ไม่ว่าเป็นนโยบายของภาครัฐเช่น อสค. และสหกรณ์โคนมต่าง ๆ หรือเป็นแนวคิดในการดำเนินธุรกิจ (Business Concept) ของเอกชนเอง เช่น บ.ซีพีเมจิที่เน้นใช้น้ำนมดิบผลิตนมพาสเจอร์ไรซ์ขาย ผู้ประกอบการเหล่านี้จะเสียเปรียบในเชิงต้นทุนของวัตถุดิบที่ใช้เช่นปัจจุบันราคาน้ำนมดิบที่ 16.50 บาทต่อลิตร ในขณะที่ผู้ประกอบการที่เน้นใช้นมผงเป็นหลัก หรือที่ใช้น้ำนมดิบเป็นหลักมาก่อนแต่ลดการใช้น้ำนมดิบลงเพราะนมผงในตลาดโลกราคาถูก ก็จะมีต้นทุนในส่วนที่ใช้นมผงมาคืนรูปอาจจะอยู่ที่เพียง10-14บาทต่อลิตรในขณะที่ราคาขายนมพร้อมดื่มซึ่งเป็นสินค้าควบคุมราคาต้องขายในราคาเดียวกัน! ซึ่งเป็นบทสรุปได้ว่า ที่ผ่านมา นมไทยยังแข่งขันไม่ได้

 ยุทธศาสตร์การยกระดับน้ำนมโคสดให้เป็นสินค้าพรีเมี่ยม

  • กลยุทธ์ในการประชาสัมพันธ์ ความสดใหม่ของนมคือหัวใจหลักที่เป็นจุดสำคัญอย่างยิ่งในการประชาสัมพันธ์หรือรณรงค์ ที่มีผลต่อความพึ่งพอใจของผู้บริโภคซึ่ง สามารถทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นได้ราคาที่สูงขึ้น ความสดใหม่ที่มีจุดขายนั้นต้องทำให้ผู้บริโภครู้ถึงความแตกต่างระหว่างนมสดกับนมผงคืนรูปที่มีการเติมรูปรสกลิ่นสีตามความต้องการแล้วมาบรรจุกล่องขาย โดยเน้นให้ผู้บริโภคเข้าใจว่านมสดที่รีดมาจากแม่โคกับน้ำนมที่ได้มาจากการคืนรูปเป็นผลิตภัณฑ์คนละตัวกัน เปรียบได้เหมือนกับปลาสดที่ว่ายน้ำอยู่ในตู้กับปลาที่แช่แข็งมา หรือผลไม้สดกับผลไม้กระป๋อง โดยการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อหลากหลายรูปแบบ เช่น internet  เป็นสื่อที่มีความรวดเร็วและไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายใดๆมากนักแต่สามารถรับรู้ได้อย่างทั่วถึงเช่นในช่องทางเครือข่ายประชาสังคมออนไลน์ของFacebookหรือTwitter

ในอีกทางหนึ่งคือการใช้สื่อในรูปแบบต่างๆกันโดยอาจแบ่งผู้บริโภคออกเป็นกลุ่มๆ แล้วใช้สื่อให้เหมาะกับกลุ่มนั้นๆ เช่น การใช้สื่อในรูปแบบของการ์ตูนในการสร้างความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์รวมทั้งประโยชน์และความแตกต่างระหว่างนมผงละลายน้ำ กับนมโคสดแท้100%ซึ่งผู้บริโภคได้แก่เด็กในกลุ่มประถมและมัธยมโดยจัดให้มีหนังสือหรือเอกสารให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์และคุณสมบัติที่ต่างกันระหว่างนมโคสดแท้และนมผงละลายน้ำอยู่ในมุมหนังสือสำหรับเด็กเล็ก หรือในห้องสมุด

ส่วนในระดับมหาวิทยาลัย ต้องใช้มหาวิทยาลัย วิทยาลัยของรัฐและเอกชนให้เป็นฐานการเรียนรู้ที่เป็นแหล่งข้อมูลและร่วมดำเนินการเชิงประชาสัมพันธ์โดยการนำเสนอเป็นโครงการระดับพื้นที่ที่มีนักศึกษาเข้ามาร่วมรับผิดชอบโครงการ อีกทั้งต้องมีการประชาสัมพันธ์ในเชิงรุกเพื่อตอบโต้และแก้ความเข้าใจผิดที่เกิดในวงกว้างที่ว่า นมโคเป็นอาหารไม่ดีตามข้อมูลที่อ้างกันผิดๆหรือบิดเบือนไปจากหลักวิชาการ โดยเฉพาะที่มีส่งกันเป็นForward mail กันในInternet ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นไปได้ว่าเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดของผลิตภัณฑ์ที่เป็นคู่แข่งเช่นนมถั่วเหลืองเป็นต้น การจัดทำสื่อในรูปแบบของ วีซีดี บรรยายประโยชน์ต่างๆของนมโคสดแท้และการสื่อให้เห็นภาพว่าการเลือกซื้อหรือบริโภคนมสดเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรของไทยเรานั่นคือภาพนมไทย แข่งขันได้ ด้วยใจเดียวกัน ไม่ส่งเสริมการนำเข้าหางนมผง แล้วแจกตามสถานศึกษาต่างๆ การให้การศึกษาความจริงอย่างต่อเนื่องนี้จะทำให้ทั้งเด็กและนักศึกษาย้อนกลับไปปรับแก้ความเข้าใจของผู้ปกครองอันจะมีส่วนช่วยในการตัดสินใจในการเลือกซื้อของผู้บริโภคในภาพรวมต่อการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากน้ำนมสดมากขึ้นและยั่งยืน ยุทธศาสตร์ข้อที่หนึ่งนี้ต้องถูกระบุอยู่ในยุทธศาสตร์โคนมและผลิตภัณฑ์2554-2558 พร้อมทั้งกำหนดแผนงานและแผนเงินงบประมาณของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น กรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ อสค.และกระทรวงศึกษา

  • การขยายฐานการตลาดน้ำนมสดด้วยการขยายเพิ่มความสูงชนิดของผลิตภัณฑ์(Product diversification) ด้วยการสนับสนุนให้มีการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปมาจากน้ำนมดิบให้มีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้บริโภคมีความต้องการซื้อเพิ่มมากขึ้นซึ่งอาจมีการเจาะตลาดตามกลุ่มผู้บริโภคหรือความต้องการของแต่ละบุคคลเช่น
  1. การทำนมเปรี้ยวปรุงแต่งกลิ่นผลไม้พร้อมดื่มบรรจุกล่อง ซึ่งอสค.เองได้เป็นผู้ริเริ่มผลิตมาก่อนในอดีตแต่ปัจจุบันทำการตลาดเฉพาะในรูปพาสเจอไรซ์บรรจุถุงในปริมาณเล็กน้อย ในการผลิตนมเปรี้ยวพร้อมดื่มUHTชนิดกล่องที่กล่องอาจมีลวดลายการ์ตูนต่างๆเพื่อดึงดูดความสนใจแก่กลุ่มผู้บริโภคซึ่งเป็นกลุ่มเด็กๆ หรือ อาจมีของแถมเล็กๆน้อยๆหรือมีโปรโมชั่นพิเศษต่างๆซึ่งเป็นการกระตุ้นการซื้อมากขึ้น
  2. ผลิตภัณฑ์สำหรับการเจาะตลาดในกลุ่มของผู้มีอายุด้วยการเน้นเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ โดยอาจมีการเติม  วิตามินบางตัวหรือสารอาหารบางชนิดที่มีประโยชน์ อาทิเช่น แคลเซียม เพื่อให้คนมีอายุสามารถดื่มได้และมีประโยชน์มากขึ้นและในขณะเดียวกันก็อาจลดโภชนะบางตัวลงเช่น นมคลอเรสเตอร์รอลต่ำสำหรับผู้สูงอายุ

การออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้นนี้จะส่งผลต่อความสนใจของผู้บริโภคให้หันมาบริโภคผลิตภัณฑ์น้ำนมมากขึ้น ยุทธศาสตร์ข้อนี้ต้องถูกกำหนดอยู่ในยุทธศาสตร์โคนมเช่นกัน โดยมอบหมายให้อสค.เป็นผู้รับผิดชอบร่วมกับสหกรณ์โคนมที่มีโรงงานแปรรูปนม โดยมีการกำหนดแผนงานความรับผิดชอบและรัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณสนับสนุนเต็มรูปแบบให้แก่อสค.โดยตรงและส่วนหนึ่งผ่านกรมส่งเสริมสหกรณ์ให้แก่สหกรณ์โคนม

  • เพื่อเป็นการยกระดับของน้ำนมโคสดแท้ 100%ควรมีการกำหนดมาตรการในด้านของฉลากโดยให้ผู้ผลิตจำเป็นต้องบ่งบอกให้ชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์นมดังกล่าวนี้ ผลิตมาจากที่ไหน และเป็นนมประเภทใดเช่นถ้าผลิตจากนมผงละลายน้ำต้องระบุว่าวัตถุดิบที่ใช้ผลิตคือนมผงหรือนมผงพร่องไขมันกี่เปอร์เซ็นต์  หรือถ้าใช้น้ำนมโคสดแท้ล้วนก็สามารถระบุว่าใช้น้ำนมสดแท้ 100% ให้ชัดเจนไม่คลุมเครือ อันจะเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค และเข้าข่ายผิดกฎหมายตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 194) พ.ศ. 2543  อาจมีการใส่สัญลักษณ์เพื่อบ่งบอกให้ผู้บริโภคได้ทราบถึงส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์มีส่วนประกอบของนมสดหรือนมผงเป็นองค์ประกอบอยู่ ในอัตราส่วนเท่าไรซึ่งอาจเป็นตัวหนังสือหรือรูปภาพต่างๆ ที่ทำให้ผู้พบเห็นสัญลักษณ์นี้รู้ได้ในทันทีว่าทำมาจากนมประเภทใด เป็นต้น ในกรณีต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นนี้จะเป็นตัวช่วยสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคในการตัดสินใจเลือกบริโภคได้อย่างตรงตามความต้องการว่าต้องการนมสด หรือผลิตภัณฑ์จากนมคืนรูปหรือนมผงละลายน้ำ

You may also like...

error: Content is protected !!